โฆษณาต้านคอรัปชั่น

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของการแต่งหน้า

                           เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของการแต่งหน้า

1.รองพื้นสีไม่เข้ากับผิวหน้า

ไม่ว่าสีของรองพื้นจะเข้มเกินไปหรืออ่อนเกินไป เมื่อใช้แล้วจะไม่ทำให้ผิวเป็นไปตามธรรมชาติ มองดูเหมือนสวมหน้ากาก ดังนั้นวิธีการเช็คสีของรองพื้นมีข้อแนะนำว่า ควรเช็คกับสีผิว โดยเช็คกับปลายคาง ทางบ่างๆ จะมองดูความกลมกลืนได้สมจริวกว่า เพราะทาที่หลังมือจะได้โทนสีที่ต่างไป ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกสีเครื่องสำอางที่จะใช้ในเวลากลางวัน ซึ่งดีกว่าเลือกสีภายใต้แสงนีออน

วิธีทดลองว่ารองพื้นใช้ได้ดีกับสีผิวหรือไม่ให้ใช้ฟองน้ำชื้นๆ ช่วยเพราะจะทำให้ติดทนเนียน การทารองพื้นตรงบริเวณที่คางกับที่คอจะต้องให้มองดูเป็นสีเดียวกัน จึงจะดูไม่หลอกตา
2.การใช้แป้งแข็งมากเกินไป

แป้งแข็งจะช่วยให้รองพื้นเรียบและสวยงาม ติดทนอยู่บนใบหน้า แต่ถ้าใช้มากเกินไปจะมองดูผิวหน้าหนา วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวหน้ากลมกลืนให้ใช้แปรงปัดแก้มขนาดใหญ่ เมื่อใช้พัฟฟ์หรือสำลีกลมๆ แตะแป้งแข็งทาหน้า แล้วทิ้งไว้ 2-3 นาที ใช้แปรงอันใหญ่ปัดส่วนเกินออก จึงจะทำให้ผิวหน้านวลเนียน
 3.การใช้ครีมปกปิดบนใบหน้า

การใช้ครีมปกปิดริ้วรอย ตามรอยตีนตา ต้องใช้อย่างระมัดระวัง อย่าให้เป็นวงดำ และระวังอย่าใช้ครีมสีอ่อนกว่าผิว จากนั้นจะต้องทาเกลื่อนให้เนียน ถ้าไม่ทำเช่นนี้จะทำให้บริเวณรอยที่ต้องการปกปิด จะกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้มอง

4.การพรางจุดที่บกพร่องบนใบหน้า

จากศิลปะการแต่งหน้าสามารถแต่งหน้าให้ดูกรามเล็กลง มองดูจมูกโด่ง มองดูหน้าผากแคบเข้า ใช้วิธีแรเงาด้วยแป้งแข็ง หรือรองพื้นที่สีเข้มกว่าผิว  แต่ต้องระวังไม่ให้เข้มจนเกินไป ควรเลือกสีที่เข้มกว่าให้เหมาะสม และวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกสีเปรียบเทียบควรเลือกในเวลากลางวันดีกว่าเวลากลางคืน

5.การใช้แปรงปัดแก้ม

ใช้แปรงแต้มรูจปัดแก้มเล็กน้อย จะทำให้มองดูผิวพรรณมีสุขภาพดี เพิ่มความสดใสมีชีวิตชีวา แต่ถ้ามากไปจะมองดูเวอร์เกินไป เลือกใช้แปรงปัดแก้ม แต้มรูจที่มีสีเหมาะกับผิว รูจสีกุหลาบใช้สำหรับผิวขาวซีด สีชมพูสำหรับคนที่มีผิวปานกลาง และสีน้ำตาลอมทอง สำหรับผู้ที่มีผิวสีเข้ม ใช้ส่วนที่กว้างที่สุดของแปรงทาแก้มปาดแปรงไปตามโหนกแก้มจนถึงขมับ ปัดให้บางเบาระวังอย่าให้เป็นเส้นเป็นใช้ได้



6.ก่อนทาริมฝีปากด้วยลิปสติค ควรจะใช้ดินสอเขียนขอบปาก

เพื่อริมฝีปากที่ได้รูป และกันไม่ให้ลิปสติคเปรอะออกมานอกขอบปาก ควรใช้ดินสอเขียนปากเสียก่อน เส้นรอบปากที่ได้รูปจะช่วยเน้นให้มองเห็นริมฝีปากที่สวยได้รูป จุดหลักที่จะให้เส้นขอบปากเข้ากับลิปสติคที่ทา ควรทาลิปสติคอย่างเบามือ หรือใช้พู่กันทาลิปสติกทาลงบนริมฝีปาก ทำให้ลิปสติกสม่ำเสมอ เลือกดินสอวาดขอบปากที่สีใกล้เคียงกับสีปากโดยธรรมชาติที่สุด

7.การแต่งหน้าที่สีไม่เข้ากับผิวหน้าจะทำให้มองดูไม่สวย

 การเมคอัพแก้มและปากสีจะต้องกลมกลืนไปในโทนเดียวกัน เช่นจะไม่ใช้ลิปสติคสีแดง และใช้รูจทาแก้มสีแดงอมส้ม ไม่ควรแต่งหน้าให้ส่วนหนึ่งส่วนใดมองดูเด่นกว่าส่วนอื่น ถ้าทาตามากเกินไปจะทำให้จุดสนใจอยู่ที่ตา ไม่ใช้ที่แก้มและริมฝีปาก




8.การโรยกากเพชร

การแต่งหน้าแบบโรยกากเพชรจะทำให้ใบหน้ากระด้างดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเน้นให้มองเห็นจุดบกพร่องบนใบหน้า การโรยกากเพชรที่ตา โหนกแก้ม ริมฝีปากที่ทาลิปสติคแล้ว จะทำให้มองดูใบหน้าเวอร์เกินไป แต่ถ้าต้องการให้หน้ามีแสงวูบวาบ ก็ให้ใช้กากเพชรโรยใต้คิ้ว จะทำให้หนังตามีประกายสดใสช่วยดึงดูดให้มีผู้มองดูอย่างเหลียวหลัง

9.ทาอายแชโดว์อ่อนเกินไปหรือเข้มเกินไป

การทาอายแชโดว์เป็นการเน้นดวงตา ถ้าทาหนักมือหรือใช้สีที่เข้มเกินไป จะทำให้มองดูตาแห้งแล้ง ในขณะที่แต่งดวงตาจะเริ่มที่จุดกึ่งกลางตา สำหรับเวลากลางวันควรใช้สีประกอบด้วยโทน 3 สี คือสีน้ำตาลเข้ม สีสนิมเหล็ก และสีเบจ ปัดส่วนที่เข้มที่สุดไปตามรูปตา แล้วไฮไลท์เปลือกตาด้วยสีที่อ่อนที่สุบริเวณใต้คิ้ว




10.ทาเส้นขอบตาหนา ดำเกินไป

การทาขอบตาด้วยสีเข้มหนาหนักเกินไป ไม่เหมาะสำหรับเวลากลางวัน ถ้าใช้ชนิดน้ำควรเปลี่ยนมาใช้เป็นแบบดินสอเขียนที่นุ่มๆ หรือไม่ก็เป็นดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาล เทา หรือเลือกสีที่เข้ากับสีทาตา เช่น น้ำเงิน-เทา พลัม เขียว วาดเส้นขอบตาบนจากขอบตาด้านในออกมาข้างนอก และวาดเส้นขอบตาล่างจากกึ่งกลางตาออกมาแล้วปัดให้มองดูกลมกลืนกันด้วยคัดตอนบัด

11.การใช้มาสคาร่า

การแต่งหน้าที่มองดูมากเกินไปอยู่ที่การใช้มาสคาร่า มาสคาร่าที่ทาหนาๆ บนขอบตาจะช่วยเน้นให้มองเห็นจุดเด่น ให้ใช้มาสคาร่าตอนล่างหรือบนขอบตาเท่านั้น แล้วใช้แปรงเบาๆปัดขนตาอีกนิดหน่อย เท่านี้พอแล้ว ถ้าทามากจะดูเหมือนตาถลนกลายเป็นไม่สวย ควรเริ่มแต่งแต้มแต่เพียงเบาๆ ก่อน จนแน่ใจว่าทาแล้วสวยจึงจะบรรจงใช้ให้ถูกใจ


12.วิธีทดสอบผิวหน้า

 วิธีการทอสอบผิวหน้าว่าจะเหมาะกับสีผิวของบลัชออนทำได้ดังนี้ ใช้กระดาษขาว 1 แผ่น วางแตะไว้ใต้คาง แล้วส่องกระจกโดยใช้แสงธรรมชาติ หรือแสงแดดดูรอยที่สะท้อนลงบนแผ่นกระดาษแล้วพิจารณาเงาที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

 -ถ้าเงาสะท้อนเป็นสีเบจ เป็นสีเทาแกมแดง หรือสีเหมือนทราย แสดงว่าผิวหน้ามีสีขาว ให้ใช้แป้งฝุ่นสีแดงปนเหลือง หรือสีดินที่ออกม่วง

 -ถ้าเงาสะท้อนเป็นสีเหลืองแสดงว่า เรามีผิวขาวซีด ให้ใช้แป้งฝุ่นสีแดงปนเหลือง ที่อ่อนกว่าผู้มีผิวสีขาว หรือสีกุหลาบชมพูอมม่วง

 -ถ้าเงาออกสีแดงเรื่อๆ แสดงว่าผิวหน้าออกแดง ให้ใช้สีบรอนซ์ หรือสีออกแดง สีเหลืองปนแดง หรือสีอิฐออกแดงหรือแดงแสด

 -ถ้าเงาสะท้อนออกเป็นสีเขียวให้ใช้สีชมพูเข้มหรือสีแดงสด

-ถ้าผิวหน้าค่อนข้างคล้ำควรใช้แป้งฝุ่นสีแดงแก่หรือแดงผสมสีน้ำตาลไหม้

ความรู้เรื่องการเลือกโทนสี

สีสันคือสิ่งปรากฎชัดที่สุดบนใบหน้า และคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของสี คือสามารถก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างแก่ผู้มองเห็นได้

-สีแดง หมายถึง มีเสน่ห์ ร้อนแรง โดดเด่น

-สีชมพู หมายถึง นุ่มนวล อ่อนหวาน

-สีส้ม หมายถึง มีชีวิตชีวา เร่งเร้า กระตือรือร้น

-สีเหลือง หมายถึง ร่าเริง เบิกบาน

-สีเขียว หมายถึง สดชื่น สงบ เยือกเย็น

-สีฟ้า หมายถึง สดใส ผ่อนคลาย

-สีน้ำเงิน หมายถึง ภูมิฐาน สง่างาม

-สีม่วง หมายถึง  ดึงดูดใจ ลึกลับ หรูหรา

-สีน้ำตาล หมายถึง  อบอุ่น สุขุม เรียบง่าย

การเลือกใช้โทนสีไม่มีหลักเคร่งครัดให้ต้องยึดถือปฏิบัติ เช่นการแต่งหน้าแบบอ่อนหวาน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แต่สีชมพูสีเดียว หรือแบบสง่างามก็ไม่จำเป็นต้องใช้สีน้ำเงินเท่านั้น เพียงแต่นำโทนสีที่บอกอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองและสถานการณ์เท่านั้นก็พอ

ยกเว้นการแต่งหน้าแบบสมาร์ทที่น่าจะกำหนดไว้ให้แต่งด้วยนกลุ่มสีเอิร์ธโทน อันมีสีน้ำตาลเป็นสีพื้นหลัก จึงจะเหมาะสมที่สุด

แต่งหน้าโทนร้อน-โทนเย็น

-โทนร้อน
หมายถึงสีที่มีพื้นสีเหลืองผสมอยู่เป็นหลัก เช่นสีส้ม สีน้ำตาล สีแดงที่ใกล้เคียงมาทางส้ม

-โทนเย็น หมายถึงสีทีมีพื้นสีเป็นสีน้ำเงิน เช่น สีฟ้า สีเขียว สีชมพู สีม่วง สีแดงที่ใกล้เคียงมาทางม่วง เป็นต้น
ในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า หากแต่งหน้าโทนร้อนก็ต้องแต่งโทนร้อนทั้งหน้า หรือหากแต่งโทนเย็นก็ต้องเย็นให้หมดทุกส่วน แต่อันที่จริงไม่จำเป็นเลย การแต่งตาโทนร้อนนั้นใช้ได้กับคนไทยทุกคนอยู่แล้ว เพราะเราใช้สีน้ำตาลช่วยในการเฉดดิ้งและแก้ไขรูปตาให้มีมิติ

จากนั้นจะทาปากโทนร้อนหรือเย็นก็ได้ทั้งนั้น หรือแม้จะแต่งตาด้วยสีโทนเย็นเราก็ยังต้องมีโทนร้อน คือสีน้ำตาลแก้ไขรูปตาไว้ก่อนอยู่แล้ว

ฉะนั้นจะทาปากโทนเย็นหรือร้อน ก็ยังไปด้วยกันได้เหมือนเดิม สรุปแล้วคือ จะเป็นสีโทนร้อนหรือโทนเย็น ไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขให้ต้องคำนึงถึงในการแต่งหน้า

10วิธีลดความอ้วน

 
 เนื่องจากการมีรูปร่างที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่ดึงดูดใจผู้คนให้เหลียวมอง และเราก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แฟชั่นที่มาและไปเช่น แฟชั่นเสื้อผ้า ทรงผมหรือแฟชั่นอื่นๆ ความต้องการมีรูปร่างที่ผอมบางสมส่วนราวกับดารานางแบบ เป็นสิ่งดึงดูดใจสาวไทยและเป็นที่ชื่นชอบของชายหนุ่มไทยมีอยู่มานานแล้ว ที่ สำคัญแนวโน้มความต้องการก็สูงขึ้นอย่างชัดเจน จะเห็นได้จากธุรกิจความสวย ความงามที่เติบโตขึ้นมามากมาย เพื่อตอบรับต่อกระแสดังกล่าว แต่อันที่จริงแล้วการมีรูปร่างที่ดีนั้นไม่ได้อยู่แค่รูปร่างที่อยากมีอยาก ได้ แต่อยู่ที่ความสมส่วน กล้ามเนื้อกระชับ ประกอบกับสุขภาพที่ดี ดูแข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินเสียทองเป็นหมื่นเป็นแสนในการซื้อความสวยงาม เหล่านั้น เพราะเรามีวิธีง่ายๆสำหรับหนุ่มสาวที่อยากมีรูปร่างที่ดูดีและมีสุขภาพด้วย ตนเองมาฝาก ซึ่งหากคุณทำได้ดังนี้แล้วความสวยหล่อดูดีมีเสน่ห์ก็จะมาหาคุณเอง โดยไม่ต้องกังกลเรื่องความอ้วนและโรคภัยต่างๆให้เสียเวลา



   1.

      เตรียมวางแผนการกินล่วงหน้า สิ่งนี้จะช่วยให้คุณสนุกกับการเตรียมรับมือกับอาหารมื้อต่างๆที่จะต่อต้าน ความอ้วนของคุณ คุณสามารถเลือกและบังคับให้ตนเองรับประทานหรือไม่รับประทานอะไร ซึ่งหากคุณทำได้อย่างที่วางแผนไว้ ถือว่าคุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักแล้ว
   2.

      เปลี่ยนวิธีรับประทานของคุณ บางคนชอบรับประทานเร็วเกินไป จะทำให้คุณอิ่มน้อยเพราะกระเพาะยังไม่ทันทำงาน คุณก็รู้สึกอยากรับประทานเพิ่มอยู่เรื่อยๆ บางคนชอบรับประทานช้าเกินไปก็จะทำให้จำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไปไม่ ได้เช่นกันเนื่องจากการทิ้งระยะเวลาไว้นานเกินไป ทำให้คุณรู้สึกว่าไม่อิ่มหรืออิ่มช้า และอีกหลายคนชอบรับประทานจุกจิก ซึ่งลักษณะนิสัยเช่นนี้อาจเสี่ยงต่อโรคต่างๆที่เกี่ยวกับความอ้วน บางคนคิดว่ารับประทานข้าวน้อยในมื้อต่างๆ เลือกที่จะรับประทานจุกจิกแทน ไม่ทำให้อ้วน ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะถึงอย่างไร กระเพาะต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้ย่อยไม่หมดหรือย่อยไม่ทัน ก็ไปสะสมอยุ่ที่ส่วนอื่นของร่างกาย ไม่ได้ถูกนำไปใช้ ดังนั้นคุณควรหันมากินอาหารให้ตรงเวลา เป็นมื้อๆ ครบทั้งสามมือ และกินในเวลาที่พอเหมาะ ไม่รีบหรือไม่ช้าจนเกินไป อีกทั้งควรกินอย่างพอดีๆไม่ใช่กินเพราะเสียดายหรือเพราะความอร่อย

       
   3.

      วางตารางการออกกำลังกายในวันเดิมและเวลาเดิม การออกกำลังกายจำเป็นจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะนั่นจะทำให้ร่างกายของคุณเตรียมพร้อมต่อการทำงานแบบต่างๆ มีภูมิต้านทานโรคที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน แต่สามารถเลือกวันหรือจัดตารางให้เป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของคุณ โดยต้องทำซ้ำๆหรือทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรผลัดวันหรือทำแบบตามใจตนเอง โดยที่คุณควรออกกำลังกาย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-60นาที
   4.

      ออกกำลังกายแต่เช้าทำให้มีโอกาสน้อยที่จะพลาดการออกกำลัง กาย เพราะในแต่ละวันคนส่วนใหญ่มักตื่นไปทำงานแต่เช้ากลับบ้านก็ดึกดื่น จนแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่น คุณควรแบ่งเวลาตอนเช้าเอตื่นนอนเพื่อออกกำลังกายในทุกวัน วันเว้นวัน หรือวันที่กำหนดในแต่ละสัปดาห์ และเป็นเวลาเดียวกันทุกครั้ง ก่อนไปทำกิจวัตรส่วนตัว สร้างลักษณะนิสัยที่เคยชินเช่นเดียวกับการอาบน้ำ รับประทานอาหาร นั่นก็จะทำให้คุณมีโอกาสได้ออกกำลังกายแล้ว
   5.

      ใช้บันไดแทนลิฟธิ์เสมอ เป็นวิธีที่ถูกแนะนำอยู่เสมอ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละคน เพราะนอกจากเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่หรือการกระชับกล้ามเนื้อแล้ว ยังมีเรื่องของการกระตุ้นสมองให้เรามีความตื่นตัวในการทำสิ่งต่างๆได้อีก ด้วย เพราะคุณสาวๆหรือแม้แต่หนุ่มทั้งหลาย อาจรู้สึกง่วงซึมหรืออ่อนเพลียจากการตื่นนอนแต่เช้าจึงเป็นเหตุให้คุณไม่ อยากจะใช้พลังงานให้ร่างกายเหนื่อยอ่อน ทั้งที่จริงแล้วการออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆเป็นผลให้สมองของคุณสั่งการได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการปล่อยให้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา
   6.

      กำหนดข้อมูลหรือบันทึกการออกกำลังกายและการลดน้ำหนัก วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณรู้จักบันทึกหรือจดจำข้อมูลการรับประทานอาหารของคุณแต่ละมื้อใน แต่ละวันเท่านั้น เพื่อให้คุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ เหมือนการจดบันทึกประจำวันทั่วไปเพื่อการวางแผนการกินหรือการออกกำลังกายต่อ ไป
   7.

      ไม่เก็บอาหารไขมันสูงๆเช่น ของทอด ขนมกรุบกรอบ อาหารประเภทที่มีส่วนผสมของนม เนย น้ำตาลมากๆ ไว้ในบ้าน อาหารจำพวกนี้เป็นสาเหตุของโรคอ้วน น้ำหนักเกิน หรือแคลอรี่สูง
   8.

      ทำตามแผนการทานอย่างถูกต้องและออกกำลังกายสม่ำเสมอ หมายถึงการรับประทานอาหารตามแผนการลดน้ำหนักของคุณควบคู่กับแผนการออกกำลังกาย
   9.

      พักผ่อนให้เพียงพอ ผลการวิจัยล่าสุดบอกว่า การนอนหลับที่เหมาะสมและเพียงพอคือ ไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงและไม่เกิน 8 ชั่วโมง อีกทั้งคุณไม่ควรนอนดึกบ่อยๆเพราะนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นเนื่องจากการทำงาน ของกระเพาะที่ผิดเวลาแล้ว ปัญหาใต้ตาดำคล้ำก็จะเพิ่มความชัดเจนของใบหน้าคุณให้มากขึ้นด้วย
  10.

      ต้องตระหนักในเป้าหมายเข้าไว้ คุณต้องพยายามทุ่มเทเพื่อไปถึงเป้าหมายให้ได้โดยการตระหนักไว้เสมอว่า เราต้องผอมลงเท่าใด โดยอาจจะเริ่มที่ระยะเวลาสั้นๆ เช่น 3 สัปดาห์ หรือ 1 สัปดาห์ อย่าท้อถอยหรือถอดใจเสียก่อน เพราะผลสำเร็จที่จะได้ขึ้นอยู่กับความพยายามของคุณเอง

          หลังจากเราได้ทราบวิธีการง่ายๆในการดูแลเรื่องรูปร่าง น้ำหนัก และสุขภาพของคุณ ต่อมาเราลองมาดูกันว่า 8 ประเภทอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างมีสุขภาพนั้น ควรเป็นอย่างไร

1.อาหารประเภทไฟเบอร์เป็นอาหารสำคัญที่ช่วยในการลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์แบบสามารถละลายได้ หรือไฟเบอร์ที่ไม่สามารถละลายได้

- ไฟเบอร์ที่ไม่สามารถละลายได้ เป็นอาหารปราศจากแคลอรี่ ได้แก่พวกผัก ผลไม้ ขนมปังโฮลวีท ซีเรียล รำข้าว

- ไฟเบอร์ที่สามารถละลายได้ ช่วยให้น้ำตาลในเลือดคงที่ ควบคุมความหิว และความอยาก แม้แต่ชะลอการย่อยในลำไส้ ทำให้รูกสึกอิ่มนาน อาหารประเภทนี้ได้แก่ สตรอเบอรี่ แอปเปิ้ล ข้าวโอ๊ต ถั่วชิกพี และถั่วลันเตา


2. อาหารที่ฉ่ำน้ำ ผลไม้และผักที่มีปริมาณน้ำข้างในเยอะจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็ว เช่น แตงโม กระหล่ำ มะเขือเทศ แตงกวา เห็ดต่างๆ ส้มโอ และแคนตาลูป
3. อาหารโปรตีนน้อย เช่น อกไก่ ทูน่ากระป๋อง ปลาแซลมอนสดและแซลมอนกระป๋อง ไข่ขาว ปู กุ้ง อกไก่งวง เต้าหู นมไขมันต่ำ และถั่วเลนทิล ปลานิล
4. อาหารที่กระตุ้นการทำงานของคุณ ได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่นถั่วลิสงมีเปลือกกับไม่มีเปลือกและ ถั่วเหลืองในฝักกับถั่วธรรมดา
5. การเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นสามารถลดความหิวและความอยากอาหารได้ แต่หมากฝรั่งที่ใช้ควรเป็นหมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรีหรือแบบไม่มีน้ำตาล
6.เครื่องดื่มร้อนๆ เป็นวิธีกำจัดแคลอรี่ได้อย่างดีอีกอย่าง เพราะเครื่องดื่มหรือแม้แต่อาหารร้อนๆ ช่วยให้คุณยืดระยะเวลาการกินไปได้ คุณจะต้องค่อยๆจิบหรือชิมทีละน้อยเพราะระวังความร้อน และควรเลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ต่ำกว่า 100 เช่น ชาเขียวและชาสมุนไพร,โกโก้ร้อนแบบไดเอท,กาแฟลาเต้ และคาปูชิโน่ไขมันต่ำ,น้ำซุปที่มีโซเดี่ยมน้อยๆ
7. อาหารเผ็ดๆหรือรสจัด ตามการวิจัยได้พบว่าการกินอาหารรสเผ็ดจะทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง เนื่องจากเราต้องกินช้าๆและดื่มน้ำไปด้วย ซึ่งการทำให้อาหารมีรสจัดทำได้โดยใส่พริกและซอสต่างๆ

8. การเหลือที่ให้ขนมคบเคี้ยวที่เราอยากรับประทาน ซึ่งควรเป็นอาหารจำพวก ผลไม้แห้ง อาหารไร้ไขมัน หรือแคลอรี่ต่ำต่างๆ

ความงามใตต้ท้องทะเล

ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :
ความงามใต้ทะเล มาดุกันสวยงามทั้งนั้นเลย :

แหล่งท่องเที่ยวหัวหิน

หัวหิน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบจาก Kidsanook และทางอินเทอร์เน็ต

          หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (วันหยุดที่แสนจะน้อย...) เราขอแนะนำ "หัวหิน" สถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เนื่องจากอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก ตั้งอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี่เอง (ใกล้แค่เอื้อม 555)   

          "หัวหิน" นับเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จากแต่เดิมที่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง และได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นสถานที่พักผ่อนติดทะเล ที่ติดอันดับความนิยมของประเทศในตอนนี้ (วู้ว... สุดยอด !!) ปัจจุบัน "หัวหิน" มีที่พัก รีสอร์ท และโรงแรมชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านเอง หรือรีสอร์ทที่เป็นระดับห้าดาว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเสน่ห์ของหัวหินยังคงเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนตลอดทั้งปี... 

          หัวหิน... หัวหิน... หัวหิน... เมื่อพูดถึง "หัวหิน" หลายคนมักนึกถึงแต่ทะเล เที่ยวทะเล... เที่ยวทะเล... เที่ยวทะเล... แต่จริงๆ แล้ว "หัวหิน" ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอบเมืองอีกมากมายนะคะ ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวกันบ้าง...

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 

          รัชกาลที่ 6 โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 ได้รับขนานนามว่า "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง" ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สองชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด "พระที่นั่งสุนทรพิมาน" เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา "พระที่นั่งพิศาลสาคร" เป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

          เป็นหมู่พระที่นั่งตรงกลางประกอบด้วยห้องต่างๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องพักข้าราชบริพารที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ห้องทรงพระอักษร และ "พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ " เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่างๆ และเป็นโรงละคร ซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร 

          พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 - 16.00 น. สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โทร. (032) 471388 , 471130

พระราชวังบ้านปืน

พระราชวังบ้านปืน 

          พระราชวังบ้านปืน หรือ พระรามราชนิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์ สำหรับประทับแรมในฤดูฝน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดยมิสเตอร์คาลเดอริง ชาวเยอรมัน

          เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี  พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็น"พระรามราชนิเวศน์" ปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำตำบล ฯลฯ 

          การเข้าชมต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึงผู้บังคับการจังหวัดทหารบก กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 หรืออาจติดต่อที่ป้อมยามแลกบัตรเพื่อขอเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการ

สถานีรถไฟหัวหิน

สถานีรถไฟหัวหิน (พลับพลาสถานีรถไฟ) 

          "สถานีรถไฟหัวหิน" เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดของไทย สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟแห่งนี้ คือ พลับพลาในแบบสถาปัตยกรรมไทยเด่นสะดุดตา ซึ่งได้ย้ายมาจากพระราชวังสนามจันทน์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 มีความสวยงามทางด้านสถาปัตย์และศิลป์ ซึ่งใครที่เห็นจะรู้สึกประทับใจ สถานียังคงเปิดให้บริการจวบจนทุกวันนี้ (ว้าว...)

เขาหินเหล็กไฟ

          จุดชมวิวตัวเมืองและอ่าวหัวหินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยจุดชมวิวหลายจุด ที่สำคัญคือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ยังมีศูนย์สินค้าพื้นเมือง สวนนก ร้านขายอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นต้น ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 ก.ม. ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการชมพระอาทิตย์ คือ ช่วงเช้าตรู่ และยังมีสวนสาธารณะไม้ดอก สวนผีเสื้อ อยู่บนเขา และมีจุดชมวิวเห็นตัวเมืองหัวหิน สนามกอลฟ์ และทะเล (ยืนชมวิวกับคนรักก็เก๋ไม่เบา อิอิ)

เขาตะเกียบ

เขาตะเกียบ เขาไกรลาส

          มีวัดตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งยื่นออกไปในทะเล ตั้งอยู่ห่างตัวเมืองทางทิศใต้ 6 ก.ม. ภายในบริเวณวัดร่มรื่น เย็นสบาย มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอ่าวหัวหินที่งดงามมากจุดหนึ่ง รอบเขาตะเกียบนี้มีที่พักและร้านอาหารให้บริการหลายแห่ง และยังมีภูเขาลูกเล็กๆ 2 ลูกอยู่ใกล้กัน ห่างจากหัวหินไปทางใต้ประมาณ 14 กิโลเมตร เขาตะเกียบมีโขดหินที่ยื่นออกไปในทะเล มีความสวยงามเหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด และยังมีจุดชมวิวสวยๆ อีกด้วย

เขาช่องกระจก

เขาช่องกระจก 

          อยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด แม้จะสูงชัน แต่มีบันไดขึ้นไปจนถึงยอดเขา แต่ขึ้นไปแล้วรับรองคุ้มค่า เพราะจะได้เห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ และทางทิศเหนือของภูเขาลูกนี้มีช่องคล้ายกรอบกระจก จึงเรียกว่า "เขาช่องกระจก" ที่สำคัญบนเขานี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธบาทจำลองด้วย

หาดสวนสนประดิพัทธ์

หาดสวนสนประดิพัทธ์ 

          อยู่ห่างจากหัวหินไปทางทิศใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษมที่ กม. 240 เข้าไปประมาณ 500 เมตร มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวนสนทุก 20 นาที บริเวณชายหาดมีที่พักลักษณะเป็นบังกะโล เรือนแถว และห้องพัก ไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เกาะสิงโต 

          ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งสวนสนประมาณ 800 เมตร เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีผู้นิยมไปตกปลาและดำน้ำ ติดต่อเช่าเรือได้ที่หมู่บ้านเขาตะเกียบ

หัวหิน

หาดหัวหิน
          ชายหาดอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยน้ำทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศดี จึงเป็นที่ใฝ่ฝันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานานทุกยุคทุกสมัย
ตลาดโต้รุ่งหัวหิน 

          นับเป็นสีสันยามราตรีของหัวหิน ทุกเย็นมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนไปเสมอ เพราะเป็นแหล่งรวมแผงอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารไทย อาหารทะเล ขนมไทย โรตีแขก ปรุงสดๆ ให้เลือกสรร นอกจากนั้นยังมีของที่ระลึกจำหน่ายมากมาย

สวนหลวงราชินี 

          สวนสาธารณะริมทะเลแห่งใหม่ของหัวหิน 19 ถ.เพชรเกษม ก่อนถึงตัวเมืองหัวหิน 2 ก.ม.เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และจัดกิจกรรมต่างๆ มีดนตรีฟังสบายๆ ทุกเย็นวันศุกร์

น้ำตกป่าละอู

น้ำตกป่าละอู 

          น้ำตกสวยงามขนาด15 ชั้น กลางป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองพลับ อ.หัวหิน ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 60 กิโลเมตร ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีน้ำไหลตลอดปี เป็นแหล่งที่มีผีเสื้อชุกชุม ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการท่องเที่ยว คือ ช่วงเช้าตรู่ ประมาณ 07.00 - 10.00 น. เนื่องจากอากาศเย็นสบายและมีโอกาสพบสัตว์ป่า รวมทั้งนกหายากหลายชนิด เช่น นกเงือก

อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด

อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด
          ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกิ่งอำเภอสามร้อยยอด ตามตำนานเล่าว่าเดิมเคยเป็นทะเลที่มีเกาะแก่งมากมาย เรือสำเภาจีนเดินทางค้าขายผ่านมาและเกิดอัปปางลง ลูกเรือว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งรอดชีวิต 300 คน จึงตั้งชื่อว่า "เขาสามร้อยรอด" แล้วเพี้ยนมาเป็น "เขาสามร้อยยอด" ซึ่งพ้องกับลักษณะ 4 ภูมิประเทศ ที่เป็นเขาหินปูนมากมายนับไม่ถ้วนนั่นเอง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรก

          ด้วยเนื้อที่ 98 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศประกอบด้วยเทือกเขาหินปูนสลับซับซ้อน ลำคลอง และที่ราบน้ำท่วมถึง เกิดเป็นทุ่งหนองมีพืช ปลา สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ค่างแว่นถิ่นใต้ เลียงผา นก ซึ่งมีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพมากมายถึงกว่า 300 ชนิด เป็นระบบนิเวศแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์และมีความสำคัญในระดับประเทศ